PPE : อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

by admin
89 views

PPE : PPE : Personal Protective Equipment  อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเหมาะกับใครบ้าง

หลายครั้งที่เรามักจะพบว่าการทำงานนั้นไม่มีความปลอดภัยสาเหตุอาจจะมาจากบริเวณหรือพื้นที่การทำงานยังไม่ได้ขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกไปและบางเคสก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้เนื่องจากหากเราต้องแก้ไขความไม่ปลอดภัยอาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรืออาจจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขค่อนข้างเยอะ

สิ่งเหล่านี้ทำให้นายจ้างมักจะไม่เลือกวิธีการแก้ไขที่จะต้องใช้เงินลงทุนหรือเสียเวลาในการแก้ไขสิ่งที่เป็นอันตรายในสถานที่ทำงานเลยหาวิธีการที่รวดเร็วและประหยัดนั่นก็คือการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเข้ามาช่วยในการป้องกันอันตรายให้พนักงานสามารถทำงานได้ อย่างปลอดภัยมากขึ้น

การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยสามารถทำได้โดยง่ายและประหยัด เช่นหากบริเวณพื้นที่การทำงานนั้นมีเสียงดังก็ให้พนักงานหาอุปกรณ์ลดเสียงเช่นเอียปลั๊กลดเสียง Ear Plugs กับ ที่ครอบหู Ear Muffs เพื่อป้องกันเสียงดังและลดปริมาณความเข้มข้นของเสียงที่อาจจะทำให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อการได้ยินได้

กรณีที่การทำงานกับความร้อนและประกายไฟเช่นงานตัดงานเจียร์ก็ให้พนักงานทำการสวมใส่ถุงมือกันสะเก็ดไฟหรือใส่แว่นตาเพื่อป้องกันสะเก็ดไฟไม่ให้เข้ามาบริเวณดวงตาหรือใบหน้าเพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดอุบัติเหตุจากการทำงานได้อย่างรวดเร็วและประหยัดสิ่งเหล่านี้ จึงมักเป็นที่นิยมนำมาใช้ป้องกันอันตรายจากการทำงาน

การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลนั้นโดยหลักแล้วจะเป็นวิธีการสุดท้ายในหลักการของความปลอดภัยในการทำงานเนื่องจากมักจะเกิดความผิดพลาดจากตัวบุคคลได้โดยง่ายเช่นพนักงานไม่ยอมสนใจเผลอเลอก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทันที

PPE : Personal Protective Equipment

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล PPE มีอะไรบ้าง

  1. หมวกนิรภัย
  2. รองเท้านิรภัย
  3. เข็มขัดกันตก
  4. อุปกรณ์เซฟตี้ป้องกันศีรษะ
  5. อุปกรณ์ป้องกันหู (Ear Protection)
  6. เเว่นนิรภัย (Eye protection)
  7. ถุงมือนิรภัย (Hand Protection)
  8. เข็มขัดนิรภัย (Safety Harness)
  9. เสื้อสะท้อนแสง
  10. กระบังป้องกันใบหน้า (Face shield)
  11. อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ (Respiratory protection equipment)

ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protection)

การดูแลอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล PPE ควรทำอย่างไร

ก่อนทำงานจะต้องตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ดีเสียก่อนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นมีสภาพความพร้อมสามารถป้องกันอันตรายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไม่มีการชำรุดหรือแตกหักเราควรทำการตรวจสอบให้แน่ใจเป็นประจำความถี่ในการตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลควรทานเป็นประจำทุกวันก่อนเริ่มทำงานและควรมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรีย

มาตรฐานอุปกรณ์ PPE มีอะไรบ้าง

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่นำมาใช้ในสถานประกอบกิจการตามกฏหมายแล้วจะต้องได้รับการยอมรับหรือมาตรฐานสากลเช่นมาตรฐานมอกอเป็นต้นนายจ้างจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานเพื่อให้สามารถป้องกันภัยต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพการนำอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาใช้งานอาจทำให้พนักงานเกิดก็ปฏิเสธได้เพราะอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลไม่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถป้องกันอันตรายหรือไม่ได้มีการผ่านการทดสอบความแข็งแรงทนทาน เราจึงควรตรวจสอบให้ดีเกี่ยวกับมาตรฐานของอุปกรณ์แต่ละชนิดว่าเป็นไปตามที่มาตรฐานและข้อกฎหมายกำหนดหรือไม่เพื่อความปลอดภัยของพนักงานเอง

  1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม – สัญลักษณ์คือ มอก. หรือ TIS
  2. มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization and Organization) – สัญลักษณ์ ISO
  3. มาตรฐานสหภาพยุโรป (European Standards) – สัญลักษณ์คือ EN หรือ CE
  4. มาตรฐานประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards) – สัญลักษณ์คือ AS/NZS
  5. มาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute) – สัญลักษณ์คือ ANSI
  6. มาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) – สัญลักษณ์คือ JIS
  7. มาตรฐานสถาบันความปลอดภัยและอนามัยในการทํางานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (The national Institute for Occupational Safety and Health) – สัญลักษณ์คือ NIOSH
  8. มาตรฐานสํานักงานบริหารความปลอดภัย และอาชีวอนามัยแห่งชาติ กรมแรงงาน ประเทศสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Administration) – สัญลักษณ์คือ OSHA
  9. มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Fire Protection Association) –  สัญลักษณ์คือ NFPA

บริการของเราเผื่อคุณสนใจ

You may also like